ท่าคาร์ดิโอ เบิร์นไขมัน ลดน้ำหนัก เห็นผล มือใหม่ทำตามได้ง่าย

ท่าคาร์ดิโอ

ท่าคาร์ดิโอต่าง ๆ จะช่วยให้การออกกําลังกายของคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ ไม่ว่าเป้าหมายจะเป็นคาร์ดิโอลดหน้าท้อง หรือเพิ่มความแข็งแรงให้ระบบหัวใจและหลอดเลือด การเลือกท่าออกกำลังกายที่ใช่ก็ช่วยให้รูปร่างเปลี่ยนได้ชัดเจนกว่าที่คิดค่ะ 

ในบทความนี้ North Fitness จะมาแนะนำ 9 ท่าคาร์ดิโอที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการลดน้ำหนักและเพิ่มความฟิตให้กับร่างกายค่ะ

Key Takeaway

  • คาร์ดิโอ คือการออกกำลังกายที่เน้นการทำงานของหัวใจและปอด เพื่อดึงพลังงานจากไขมันมาใช้
  • คาร์ดิโอ จะช่วยลดไขมันส่วนเกิน เพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • ควรทำควบคู่กับบอดี้เวทเพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและกระชับสัดส่วน
  • ควรคาร์ดิโอสม่ำเสมอ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30-45 นาที เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
สารบัญบทความ

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ สำคัญอย่างไร

ออกกําลังกายแบบคาร์ดิโอ

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอคือ การเคลื่อนไหวร่างกายที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นและปอดทำงานหนักขึ้น เพื่อเพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพในการสูบฉีดเลือดค่ะ โดยมีความสำคัญ ดังนี้

  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหัวใจและปอด ทำให้เหนื่อยยากขึ้นในชีวิตประจำวัน
  • ช่วยลดระดับความเครียดและหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ทำให้รู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้น
  • กระตุ้นการเผาผลาญในระยะยาว แม้หยุดออกกำลังกายไปแล้วร่างกายก็ยังทำงานได้ดีขึ้น

คาร์ดิโอช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร

คาร์ดิโอช่วยลดน้ำหนักโดยทำให้ร่างกายเผาผลาญพลังงาน (Calories) ได้มากกว่าที่ได้รับในแต่ละวัน จนเกิดการดึงไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานแทนค่ะ 

ซึ่งการทำคาร์ดิโอลดไขมัน หรือการคาร์ดิโอลดพุงจะส่งผลดีเมื่อเราทำอย่างสม่ำเสมอ โดยร่างกายจะเริ่มดึงไขมันที่สะสมตามส่วนต่าง ๆ มาเป็นพลังงานหลัก หากใครต้องการอุปกรณ์ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แนะนำให้ลองดูเครื่องออกกำลังกาย เช่น ลู่วิ่งไฟฟ้า เพื่อช่วยให้การเผาผลาญง่ายขึ้นกว่าเดิมค่ะ

รวม 9 ท่าคาร์ดิโอ เบิร์นไขมันได้จริง มีอะไรบ้าง

คาร์ดิโอ มีอะไรบ้าง

การเลือกท่าออกกำลังกายที่หลากหลายจะช่วยให้ร่างกายไม่ชินจนเกินไปและทำให้เกิดการเบิร์นไขมันอย่างต่อเนื่อง มาดู 9 ท่าคาร์ดิโอที่ได้รับความนิยมและเห็นผลจริง ดังนี้ค่ะ

1. Jumping Jacks (กระโดดตบ)

Jumping Jacks จะช่วยกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่โหมดการเผาผลาญพลังงานได้ทันที ท่านี้เป็นท่าเบิร์นไขมันพื้นฐานที่ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น และบริหารกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายไปพร้อมกัน ช่วยให้คุณฟิตได้แม้จะมีเวลาจำกัด

  1. ยืนตัวตรง แยกขาเล็กน้อย แขนแนบลำตัว
  2. กระโดดแยกขาออกพร้อมกับชูมือขึ้นเหนือศีรษะ
  3. กระโดดกลับสู่ท่าเริ่มต้นพร้อมนำมือมาแนบลำตัว ทำต่อเนื่องให้เร็วที่สุด

2. Burpees with Push-up (เบอร์พีและวิดพื้น)

Burpees ถือเป็นท่าออกกำลังกายลดน้ำหนักที่เน้นความเข้มข้นสูง (HIIT) ช่วยเร่งการเผาผลาญได้มากกว่าการทำคาร์ดิโอทั่วไป ผลลัพธ์คือกล้ามเนื้อหัวใจที่แข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็วและกระชับกล้ามเนื้อทั่วร่าง ยิ่งถ้าผสมกับท่าเล่นอกจะยิ่งเสริมกล้ามเนื้อหน้าอกได้ดีขึ้นอีกค่ะ

  1. ยืนตรงแล้วย่อตัวลงวางมือบนพื้น
  2. กระโดดถีบขาไปด้านหลังให้เป็นท่าแพลงก์ แล้ววิดพื้น 1 ครั้ง
  3. ดึงขากลับมาที่เดิมแล้วกระโดดขึ้นตรง ๆ พร้อมชูมือ

3. Air Bicycle (ปั่นจักรยานกลางอากาศ)

หากเป้าหมายของคุณคือ คาร์ดิโอลดหน้าท้อง ท่านี้ตอบโจทย์มากที่สุด เพราะผลลัพธ์ที่ได้จะเน้นกล้ามเนื้อท้องส่วนบน ล่าง และด้านข้าง ช่วยสร้างร่อง 11 ให้ชัดขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม เป็นท่าที่ปลอดภัยต่อหลังและทำได้ทุกที่

  1. นอนหงาย มือทั้งสองข้างแตะหลังศีรษะ
  2. ยกขาขึ้นสลับกันปั่นเหมือนปั่นจักรยาน
  3. บิดลำตัวให้ศอกขวาแตะเข่าซ้าย และศอกซ้ายแตะเข่าขวา สลับกันไปเรื่อย ๆ

4. Jump Squats (กระโดดสควอท)

ผลลัพธ์จากการทำ Jump Squats คือการเสริมสร้างพลังระเบิด (Explosive Power) ให้กับกล้ามเนื้อขาและก้น ท่านี้ช่วยให้ร่างกายเบิร์นแคลอรี่ได้ในปริมาณมาก และยังช่วยให้คุณรู้สึกแข็งแรงขึ้นในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่ต้องการกระชับต้นขา และยังถือเป็นหนึ่งในวิธีลดต้นขาให้เล็กลง ภายใน 1 อาทิตย์ที่ได้ผลจริงค่ะ 

  1. ยืนกางขาเท่าช่วงไหล่ ทำท่าสควอท (ย่อตัวลง)
  2. เมื่อย่อจนสุดแล้วให้กระโดดขึ้นในแนวตรง
  3. ลงสู่ท่าเดิมอย่างนุ่มนวลด้วยปลายเท้าเพื่อถนอมข้อเข่า

5. Jumping Lunges (กระโดดแลนจ์)

ท่านี้ให้ผลลัพธ์ในด้านความคล่องตัวและการฝึกการทรงตัวที่ยอดเยี่ยม ช่วยกระชับต้นขาและสะโพกได้ เป็นหนึ่งในท่าออกกำลังกายเบา ๆ ที่ช่วยเผาผลาญได้แรง หากใครอยากมีหุ่นสวยแบบนางแบบ การฝึกท่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยได้มากค่ะ

  1. ก้าวขาข้างหนึ่งไปข้างหน้าแล้วย่อตัวลง (ท่าลันจ์)
  2. กระโดดสลับขาในอากาศอย่างรวดเร็ว
  3. ลงสู่ท่าเดิมในข้างที่สลับกัน และพยายามรักษาลำตัวให้ตรงเสมอ

6. Mountain Climbers (ท่าปีนเขา)

การทำ Mountain Climbers ให้ผลลัพธ์เรื่องความทนทานของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว พร้อมกับการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจแบบก้าวกระโดด เป็นท่าลดไขมันที่ช่วยให้รูปร่างกระชับขึ้นได้ไวมาก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มองหาการออกกำลังกายแบบเร่งด่วน

  1. ตั้งท่าแพลงก์ (วิดพื้น) แขนเหยียดตรง
  2. ยกเข่าข้างหนึ่งขึ้นมาใกล้หน้าอกให้เร็วที่สุด
  3. สลับขาไปมาอย่างรวดเร็วเหมือนกำลังวิ่งอยู่บนพื้น

7. High Knees (วิ่งยกเข่าสูง)

ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและช่วยให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น เป็นท่าคาร์ดิโอง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้านโดยไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ ผลลัพธ์ที่ได้คือความทนทานของกล้ามเนื้อส่วนล่างที่เพิ่มขึ้น

  1. ยืนตรงในท่าเตรียมวิ่ง
  2. ยกเข่าขึ้นสูงให้ถึงระดับเอวสลับซ้ายขวา
  3. แกว่งแขนให้สัมพันธ์กับจังหวะการยกขา และเพิ่มความเร็วตามความไหว

8. Skater Hops (ท่าสเก็ต)

ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำท่า Skater Hops คือการเสริมสร้างกล้ามเนื้อสะโพกและด้านข้างของขา ซึ่งเป็นส่วนที่มักจะถูกละเลย ท่านี้ช่วยเพิ่มการทรงตัวและความแข็งแรงได้ดีมาก นับเป็นท่าคาร์ดิโอของผู้หญิงที่อยากมีขาที่ดูสวยเข้ารูป

  1. ยืนเตรียมตัว กระโดดไปด้านข้างทางขวา
  2. ขาซ้ายไขว้ไปด้านหลังขวา ย่อเข่าเล็กน้อย
  3. กระโดดสลับไปทางซ้าย ทำซ้ำต่อเนื่องเหมือนท่าของนักสเก็ตน้ำแข็ง

9. Butt Kicks (วิ่งเตะส้นเท้า)

ท่านี้เป็นท่าที่ยอดเยี่ยมในการยืดเหยียดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าและกระตุ้นกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังให้ทำงาน ผลลัพธ์ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายหลังจากทำท่าหนัก ๆ มา และยังเป็นการเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานได้ต่อเนื่อง จัดว่าเป็นท่าที่ขาดไม่ได้เลยในโปรแกรมการฝึก

  1. ยืนตัวตรง วิ่งเหยาะ ๆ อยู่กับที่
  2. พับขาเตะส้นเท้าให้โดนก้น
  3. เกร็งหน้าท้องและขยับตัวด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ

หากคุณต้องการอุปกรณ์หรือตัวช่วยอย่างเครื่องคาร์ดิโอ หรืออยากมีม้านั่งออกกําลังกายไว้สำหรับเพิ่มความเข้มข้นให้การเล่นเวท สามารถปรึกษา North Fitness ได้ตลอดเวลา

ทำคาร์ดิโออย่างไร ไม่ให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

คาร์ดิโอคืออะไร

หลายคนกังวลว่าการคาร์ดิโอมากไปจะทำให้กล้ามเนื้อหาย ซึ่งเป็นเรื่องจริงหากทำไม่ถูกวิธีค่ะ ดังนั้นการเลือกทำบอดี้เวทควบคู่กันไปจึงสำคัญมาก และควรปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังนี้

  • ไม่ควรทำคาร์ดิโอหนักเกิน 45-60 นาทีต่อครั้ง เพราะหากร่างกายพลังงานสำรองหมด อาจเริ่มดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้แทนได้ค่ะ 
  • ควรกินโปรตีนให้เพียงพอต่อวัน เพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ถูกใช้งานจากการฝึก
  • จัดตารางให้มีวันเล่นเวทเทรนนิ่ง สลับกับวันทำคาร์ดิโอเพื่อความสมดุล

คาร์ดิโอ vs. เวทเทรนนิ่ง เลือกแบบไหนดีกว่ากั

การเปรียบเทียบระหว่างสองอย่างนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายค่ะ หากต้องการเน้นลดไขมันอย่างรวดเร็ว คาร์ดิโออาจตอบโจทย์ แต่หากต้องการรูปร่างที่ดูเฟิร์มสวยงาม การมีม้านั่งออกกําลังกายเพื่อฝึกเวทเทรนนิ่งจะช่วยให้คุณสร้างกล้ามเนื้อที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้ตลอดเวลาแม้ในขณะที่คุณพักผ่อนค่ะ

ใครบ้างที่ควรระวังหรือหลีกเลี่ยงการทำคาร์ดิโอ

ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อเข่า ข้อเท้า หรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทำ ท่าคาร์ดิโอ ที่มีการกระโดดสูง ๆ ค่ะ แนะนำให้เลือกเดินชันบนลู่วิ่ง หรือใช้เครื่องเดินวงรี ซึ่งมีความนุ่มนวลต่อข้อต่อมากกว่า 

คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)

ควรทำคาร์ดิโอก่อนหรือหลังเล่นเวทเทรนนิ่ง?

แนะนำให้ทำหลังเล่นเวทเทรนนิ่งค่ะ เพราะร่างกายควรใช้พลังงานจากไกลโคเจนในการยกน้ำหนักให้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยปิดท้ายด้วยคาร์ดิโอเพื่อเบิร์นไขมัน

ทำคาร์ดิโอทุกวันได้ไหม? จะทำให้สูญเสียกล้ามเนื้อหรือเปล่า?

สามารถทำได้แต่ต้องไม่หนักเกินไปในทุกวันค่ะ การทำแบบเบา ๆ สลับกับพักผ่อนจะช่วยลดความเสี่ยงการบาดเจ็บและช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นฟูได้ดีค่ะ

คาร์ดิโอตอนท้องว่าง (Fasted Cardio) ช่วยเผาผลาญไขมันได้มากกว่าจริงไหม?

แม้จะช่วยดึงไขมันมาใช้ได้จริงในขณะทำ แต่ประสิทธิภาพโดยรวมอาจไม่ต่างจากการทำตอนที่ร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอ ดังนั้นเลือกเวลาที่คุณสะดวกที่สุดดีกว่าค่ะ

เริ่มต้นทำท่าคาร์ดิโอเพื่อหุ่นที่ใช่ กับ North Fitness

การมีสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากการขยับร่างกายอย่างถูกวิธี การทำท่าคาร์ดิโอ ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักได้เท่านั้น แต่ยังทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ หากคุณเริ่มต้นด้วยความสม่ำเสมอ ผสมผสานท่าต่าง ๆ และควบคุมอาหารเพียงเท่านี้หุ่นในฝันก็อยู่ไม่ไกลค่ะ

หากคุณต้องการปรึกษาเรื่องการออกแบบห้องออกกำลังกายหรือเลือกซื้ออุปกรณ์เพื่อให้การออกกำลังกายที่บ้านมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถติดต่อ North Fitness ได้เลยค่ะ เราพร้อมให้คำปรึกษาด้วยความเป็นมืออาชีพ เพื่อให้คุณบรรลุเป้าหมายสุขภาพได้อย่างยั่งยืน

ช่องทางการติดต่อ

  • Facebook : NorthFitness
  • TEL : 095-324-6465
  • LINE : @northfitness

CONTACT US

ติดต่อเรา

ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ
Search
ติดต่อทางแชทไลน์ North Fitness