การลดพุงด้วยการเดินอาจฟังดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ทราบไหมคะว่าการเดินชันบนลู่วิ่งคือเทคนิคเผาผลาญไขมันชั้นยอดที่ช่วยให้หัวใจเต้นแรงขึ้นได้โดยไม่ต้องออกแรงวิ่งให้ปวดเข่า เพียงแค่ปรับความชันให้เหมาะสม ร่างกายก็จะดึงไขมันสะสมมาใช้เป็นพลังงานได้มากกว่าการเดินพื้นราบหลายเท่าเลยค่ะ
North Fitness จะพาไปเจาะลึกเคล็ดลับการเดินชันลดไขมันให้เห็นผลจริง พร้อมแจกตารางออกกำลังกายที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ในทุกวัน เพื่อหุ่นฟิตและหน้าท้องที่แบนราบตามเป้าหมายค่ะ
Key Takeaways
- การเดินชันบนลู่วิ่งจะช่วยให้ร่างกายดึงไขมันสะสมมาใช้ได้มากกว่าเดินบนพื้นราบหลายเท่า และเข้าสู่ Fat Burn Zone ได้เร็วขึ้น
- การเดินชันบนลู่วิ่งช่วยกระชับสัดส่วนและรักษาเป้าหมาย ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อขา ก้น และแกนกลางลำตัวให้แข็งแรง โดยไม่สูญเสียมวลกล้ามเนื้อเหมือนการวิ่งทางไกล
- เทคนิคเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินชันบนลู่วิ่ง ควรปล่อยมือจากราวเพื่อเพิ่มการเผาผลาญอีก 20% และโน้มตัวจากข้อเท้าเล็กน้อยเพื่อลดแรงกดทับที่หลัง
- การเดินชันบนลู่วิ่งควรทำควบคู่กับการคุมอาหาร เน้นโปรตีน ลดน้ำตาล พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำสะอาดเพื่อกระตุ้นเมตาบอลิซึม
เดินชันบนลู่วิ่งลดพุงได้จริงหรือไม่
เดินบนลู่วิ่งผอมไหม? ลดพุงได้จริงหรือไม่ คำตอบคือ การเดินบนลู่วิ่งไฟฟ้าช่วยลดพุงได้จริงและมีประสิทธิภาพมากค่ะ การเดินลู่ลดไขมันเป็นการออกกำลังกายในรูปแบบคาร์ดิโอ คือการที่ร่างกายดึงไขมันสะสมมาใช้ได้มากกว่าการเดินบนพื้นราบหลายเท่า เพราะเมื่อเราปรับความชัน ร่างกายจะต้องใช้แรงจากกล้ามเนื้อขา ก้น และแกนกลางลำตัวมากขึ้นเพื่อต้านแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้นจนเข้าสู่โซนเผาผลาญไขมัน (Fat Burn Zone) ได้เร็วขึ้น
ตารางเดินชันบนลู่วิ่งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญไขมันหน้าท้อง
เดินชันเท่าไหร่ดี? เดินอย่างไรให้ผอม? เพื่อให้การลดพุงเห็นผลชัดเจน การจัดตารางเวลาและความชันที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญค่ะ สามารถนำตารางออกกำลังกาย หรือตารางเดินบนลู่วิ่งด้านล่างนี้ไปปรับใช้กับเครื่องออกกำลังกายตามระดับความฟิตของร่างกายได้เลยค่ะ
ช่วงกิจกรรม | เวลา (นาที) | ความเร็ว (กม./ชม.) | ความชัน (%) | วัตถุประสงค์เครื่องเดินชัน |
1. อุ่นเครื่อง (Warm Up) | 5 | 3.0 – 4.0 | 0% | เตรียมความพร้อมของร่างกายและกล้ามเนื้อ |
2. เดินเร็ว | 10 | 5.0 – 6.0 | 0% | กระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจให้สูงขึ้น |
3. เดินขึ้นเนิน | 10 | 5.0 – 6.0 | 3% – 5% | เป็นการเดินบนลู่วิ่ง ลดขา เพิ่มการเผาผลาญแคลอรี่และสร้างกล้ามเนื้อขา |
4. เดินเร็วสลับช้า (Interval) | 10 | สลับ 6.0 / 4.0 | 0% | กระตุ้นระบบเมตาบอลิซึม (สลับทุก 1 นาที) |
5. เดินปกติ | 3 | ความเร็วปกติ | 0% | พักร่างกายสั้นๆ เพื่อเตรียมเข้าช่วงสุดท้าย |
6. เดินเร็วช่วงสุดท้าย | 2 | 6.0 ขึ้นไป | 0% | เร่งการเผาผลาญให้ถึงระดับสูงสุด (Finish) |
7. คูลดาวน์ (Cool Down) | 5 | 2.0 – 3.0 | 0% | ผ่อนคลายกล้ามเนื้อและปรับอัตราเต้นหัวใจ |
เดินชันบนลู่วิ่งมีข้อดีอย่างไร
เดินบนลู่วิ่ง ช่วยอะไร? การเลือกเดินชันบนลู่วิ่งไม่เพียงแต่เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์หลายด้านที่ส่งผลดีต่อร่างกายโดยรวม ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเทคนิคนี้ถึงได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มคนรักสุขภาพค่ะ
ออกกำลังกายได้ง่าย ไม่ซับซ้อน
ข้อดีที่โดดเด่นที่สุดคือความง่ายค่ะ เพราะการเดินเป็นทักษะพื้นฐานที่คนเราทำอยู่แล้วทุกวัน เพียงแค่ปรับความชันบนตัวเครื่องเดินลู่วิ่งเพิ่มเติม คุณก็สามารถยกระดับการออกกำลังกายได้ทันทีโดยไม่ต้องเรียนรู้ท่าทางที่ซับซ้อนเหมือนการเล่นเวทเทรนนิ่งหรือการเต้นประเภทต่าง ๆ ค่ะ
ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย
ในขณะที่กำลังเดินขึ้นที่สูง ร่างกายจะต้องใช้พละกำลังมากขึ้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้อส่วนล่าง เช่น กล้ามเนื้อน่อง เอ็นร้อยหวาย และสะโพก ซึ่งการฝึกอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ช่วงขาแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และยังเป็นวิธีลดต้นขาให้เล็กลงภายใน 1 อาทิตย์อีกด้วยค่ะ
เผาผลาญไขมันได้ดีกว่าการเดินปกติ
เมื่อคุณเพิ่มความชันเข้าไป ร่างกายจะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อต้านทานแรงโน้มถ่วง ส่งผลให้อัตราการเผาผลาญแคลอรี่พุ่งสูงขึ้นกว่าการเดินบนพื้นราบปกติในเวลาที่เท่ากัน เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาน้อยแต่อยากกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปให้ได้มากที่สุดค่ะ
ป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อขณะออกกำลังกาย
ข้อดีของการเดินชันบนลู่วิ่งที่ต่างจากการวิ่งทางไกลคือการเดินชันช่วยรักษาและเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อช่วงล่างได้ดีกว่าค่ะ เนื่องจากลักษณะการเคลื่อนไหวคล้ายกับการทำท่า Squat แบบต่อเนื่อง ช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเต็มที่และไม่ถูกดึงไปเผาผลาญเป็นพลังงานจนหมด ทำให้หุ่นดูเฟิร์มกระชับไม่ย้วยค่ะ
กระตุ้นการทำงานของหัวใจเพื่อสุขภาพที่ดี
เดินบนลู่วิ่งเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ซึ่งเครื่องคาร์ดิโอนี้จะช่วยบริหารหัวใจและปอดให้แข็งแรงขึ้นค่ะ เมื่อหัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ระบบไหลเวียนโลหิตก็จะทำงานได้ดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและมีเรี่ยวแรงในชีวิตประจำวันมากขึ้นค่ะ
เทคนิคเดินชันบนลู่วิ่ง เพื่อกระชับสัดส่วน
การจะเดินลดพุงให้สัดส่วนกระชับไวขึ้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความชันเพียงอย่างเดียว แต่มีเทคนิคจะช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้เต็มที่ดังนี้ค่ะ
- ทิ้งน้ำหนักให้ถูกจุด : ขณะเดินชันบนลู่วิ่ง พยายามโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยจากข้อเท้า (ไม่ใช่การก้มหลัง) เพื่อรักษาแนวระดูกสันหลังให้สมดุล และช่วยให้กล้ามเนื้อก้นทำงานได้มากขึ้นค่ะ
- อย่าจับราวจับ : การปล่อยมือแล้วแกว่งแขนตามธรรมชาติจะช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานเพิ่มขึ้นถึง 20% และยังช่วยบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวไปในตัวด้วย
- ก้าวเท้าให้มั่นคง : พยายามวางเท้าให้เต็มฝ่าเท้า ออกแรงดันจากส้นเท้าเพื่อช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังและก้นให้กระชับค่ะ
เดินชันบนลู่วิ่งควบคู่กับการเดินบนลู่วิ่งเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน ทำได้อย่างไร
การออกกำลังกายเป็นเพียงส่วนหนึ่งค่ะ แต่การจะได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและทำให้พุงยุบหายไปถาวร ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ในด้านอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย ดังนี้ค่ะ
1. การปรับสมดุลและควบคุมโภชนาการ
หัวใจสำคัญของการเดินชันลดไขมันคือการกินค่ะ ควรเน้นการทานโปรตีนคุณภาพดีเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ลดการกินแป้งขัดขาวและน้ำตาล เพราะต่อให้เดินชันบนลู่วิ่งหนักแค่ไหน แต่ถ้ายังทานน้ำตาลเกินความจำเป็น ร่างกายก็จะไม่ดึงไขมันสะสมออกมาใช้ค่ะ
2. การให้ความสำคัญกับการนอนหลับเพื่อการฟื้นฟู
การนอนหลับที่มีคุณภาพ (7-9 ชั่วโมง) คือช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนออกมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและช่วยเผาผลาญไขมัน หากนอนน้อย ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนเครียด) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ไขมันสะสมที่หน้าท้องมากขึ้นค่ะ
3. การรักษาความชุ่มชื้นของร่างกายด้วยการดื่มน้ำที่เพียงพอ
น้ำเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการเผาผลาญไขมัน (Lipolysis) การดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวันช่วยให้ระบบเมตาบอลิซึมทำงานได้ปกติ และช่วยลดอาการหิวหลังจากการเดินชันบนลู่วิ่งได้ดีมากค่ะ
4. การวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้าเพื่อโภชนาที่ดี
การทำ Meal Prep หรือวางแผนเมนูอาหารล่วงหน้า จะช่วยลดโอกาสที่เราจะเผลอใจไปกินอาหารฟาสต์ฟู้ดหรือของหวานในเวลาที่หิวจัดหลังเดินชันบนลู่วิ่งเสร็จค่ะ
5. การบริหารจัดการความเครียดอย่างเป็นระบบ
ความเครียดสะสมส่งผลโดยตรงต่อพุงค่ะ เมื่อเราเครียด ร่างกายจะอยากอาหารหวานและของมันมากขึ้น ลองหากิจกรรมผ่อนคลายอย่างการทำสมาธิ หรือฟังเพลงเบา ๆ ขณะเดินบนลู่วิ่งเพื่อช่วยลดระดับความเครียดดู
6. การเพิ่มระดับกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน
นอกจากการเดินชันบนลู่วิ่งแล้ว ควรเพิ่มกิจกรรมเล็ก ๆ เช่น การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ หรือการเดินไปซื้อของใกล้บ้าน เพื่อให้ร่างกายขยับเขยื้อนต่อเนื่องทั้งวัน ช่วยให้การเผาผลาญไม่หยุดนิ่งค่ะ
7. การติดตามและประเมินผลความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
แนะนำให้จดบันทึกการออกกำลังกาย หรือวัดสัดส่วนและเปอร์เซ็นต์ไขมัน แทนการดูแค่น้ำหนักบนตาชั่งเพียงอย่างเดียวค่ะ เพราะบางครั้งน้ำหนักอาจไม่ลดแต่สัดส่วนคุณจะเฟิร์มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งจะเป็นกำลังใจที่ดีในการทำต่อไปค่ะ
เลือกซื้อลู่วิ่งยี่ห้อไหนดี? ลงทุนกับการเดินชันบนลู่วิ่งทั้งทีต้องคุ้มค่าและตอบโจทย์
หากกำลังมองหาลู่วิ่งไฟฟ้ายี่ห้อไหนดีที่มาพร้อมกับฟังก์ชันที่ครบครัน North Fitness คือหนึ่งในแบรนด์ที่ได้ความนิยมในไทยค่ะ ด้วยจุดเด่นที่ออกแบบมาเพื่อการเดินชันบนลู่วิ่งอย่างจริงจังโดยเฉพาะ ดังนี้
- ระบบปรับความชันแบบไฟฟ้าที่แม่นยำ : ลู่วิ่งของ North Fitness ส่วนใหญ่มาพร้อมกับระบบปรับความชันอัตโนมัติ (Auto Incline) ช่วยให้คุณเปลี่ยนโหมดการเดินพื้นราบเป็นการเดินชันได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ทำให้การเดินลู่วิ่งลดน้ําหนักเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่สะดุดค่ะ
- โครงสร้างเหล็กกล้าแข็งแรงพิเศษ : มั่นใจได้ทุกก้าวด้วยโครงสร้างที่รองรับน้ำหนักได้สูงและมีความเสถียร ไม่สั่นคลอน แม้คุณจะปรับความชันไปที่ระดับสูงสุด ทำให้การเดินชันบนลู่วิ่งดูเป็นธรรมชาติและปลอดภัยต่อข้อต่อค่ะ
- เทคโนโลยีรองรับแรงกระแทก : ออกแบบมาเพื่อถนอมหัวเข่าโดยเฉพาะ ด้วยระบบรองรับแรงกระแทก (Cushioning System) ที่หนาแน่นและยืดหยุ่น ช่วยลดโอกาสบาดเจ็บจากการเดินชันได้ดีกว่าการเดินบนพื้นถนนทั่วไปค่ะ
- มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงและเงียบสนิท : มอเตอร์เกรดคุณภาพที่ให้พลังงานแรงต่อเนื่องแต่ทำงานเงียบ เหมาะสำหรับเป็นเครื่องออกกําลังกายที่บ้านหรือคอนโดโดยไม่รบกวนคนรอบข้างขณะที่คุณกำลังเผาผลาญไขมันค่ะ
- หน้าจอแสดงผลและโปรแกรมสำเร็จรูป : มีโปรแกรมการฝึกที่ครอบคลุมทั้งโหมด Fat Burn และโหมดเดินขึ้นเนิน (Hill Incline) ช่วยให้คุณไม่ต้องตั้งค่าเองให้ยุ่งยาก เพียงเลือกโปรแกรมเดินชันบนลู่วิ่งที่ชอบแล้วเริ่มเดินตามเป้าหมายได้เลยค่ะ
คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
ควรตั้งค่าลู่วิ่งให้เดินชันเท่าไหร่
สำหรับมือใหม่ที่เริ่มเดินชันบนลู่วิ่งแนะนำให้เริ่มที่ความชัน 1% – 3% เพื่อปรับตัว จากนั้นค่อย ๆ ขยับขึ้นเป็น 5% – 10% เพื่อเน้นการเผาผลาญไขมันหน้าท้องให้มีประสิทธิภาพสูงสุดค่ะ
การเดินชันบนลู่วิ่ง 4 12 30 บนลู่วิ่ง หมายถึงอะไร
คือสูตรยอดนิยมของการเดินชันบนลู่วิ่ง ให้ตั้งความชันที่ระดับ 12% ใช้ความเร็วที่ 4 ไมล์ต่อชั่วโมง และเดินต่อเนื่องเป็นเวลา 30 นาที ซึ่งช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีมากค่ะ
เดินชันบนลู่วิ่งลดพุง เคล็ดลับที่ทำตามได้จริง
การเดินบนลู่วิ่ง ลดน้ําหนัก คือทางลัดสู่การมีหุ่นที่สมส่วนและสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องหักโหมวิ่งให้เหนื่อยหอบจนเกินไปค่ะ เพียงแค่อาศัยความสม่ำเสมอ การปรับความชันอย่างเหมาะสม และการดูแลโภชนาการควบคู่กันไป สัดส่วนที่กระชับและหน้าท้องที่แบนราบก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วค่ะ
หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยที่คุ้มค่าในระยะยาว ลู่วิ่งจาก North Fitness คือการลงทุนที่ตอบโจทย์การเดินชันบนลู่วิ่งที่สุด ด้วยฟังก์ชันปรับความชันไฟฟ้าที่ใช้งานง่าย โครงสร้างที่มั่นคง และระบบซับแรงกระแทกที่ถนอมเข่า ช่วยให้ทุกการเดินในบ้านมีมาตรฐานเดียวกับฟิตเนสชั้นนำ และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนค่ะ
สอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่
- Facebook : NorthFitness
- TEL : 095-324-6465
- LINE : @northfitness



